Head IBNU AFFAN SAVING CO-OPERATIVE LTD ไทย Malay Eng عربية
หน้าแรกรู้จักสหกรณ์สาขาต่างๆการเป็นสมาชิกติดต่อเราเว็บบอร์ด



Econewstext

   อิตาลี: คนไข้ล่าสุดวิกฤติหนี้
    วันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน 2554. 09:15 น.


อิตาลี: คนไข้ล่าสุดวิกฤติหนี้

              ความหวั่นวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวของวิกฤติหนี้ในกลุ่มประเทศยูโรโซนซึ่ง ประกอบด้วยสมาชิกสหภาพ
ยุโรป 17 ประเทศ ได้รับการตอกย้ำอีกครั้งเมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา เมื่อสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตน
ดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (เอสแอนด์พี) ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรรัฐบาลอิตาลีลง 1 ขั้นจากเดิม A+ มา
อยู่ที่ A โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจากเศรษฐกิจของอิตาลีมีแนวโน้มอ่อนแอลงกว่าที่เป็น อยู่และมาตรการปฏิรูปของภาค
รัฐก็ไร้ประสิทธิภาพ แอสแอนด์พียังระบุแนวโน้มสถานภาพของอิตาลีเป็นลบ (negative) ซึ่งหมายความว่ามีความ
เป็นไปได้ที่อาจมีการปรับลดอันดับลงต่อไปอีกในอนาคต "เราเชื่อว่าก้าวการเติบโตของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของ
อิตาลีที่ลดลงแล้วในเวลา นี้จะทำให้การบรรลุเป้าหมายทางการคลังของอิตาลีแม้จะปรับใหม่แล้วนั้นก็ยัง เป็นเรื่อง
ทำได้ยาก" แถลงการณ์ของเอสแอนด์พีระบุ

อิตาลี: คนไข้ล่าสุดวิกฤติหนี้

            อิตาลีนับเป็นประเทศสมาชิกยูโรโซนรายล่าสุดที่ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อ ถือทางการเงิน เพราะนับ
ตั้งแต่ต้นปีนี้มา หลายประเทศในกลุ่มยูโรโซนถูกปรับลดอันดับกันลงไปแล้ว ได้แก่ สเปน ไอร์แลนด์ กรีซ โปรตุเกส และไซปรัส  เคธี ลีน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยสกุลเงินสถาบันจีเอฟที ให้ความเห็นว่า การปรับลดอันดับอิตาลีจะมีผล
กระทบแรงต่อกลุ่มยูโรโซน และจะส่งผลชะลอการฟื้นตัวของสกุลเงินยูโร เนื่องจากอิตาลีเป็นประเด็นที่ใหญ่กว่า
กรีซมากนัก ทั้งนี้เพราะจำนวนประเทศที่ถือครองพันธบัตรรัฐบาลอิตาลีนั้นมีมากกว่าที่ถือ ครองพันธบัตรรัฐบาล
กรีซ "สิ่งที่น่าห่วงอย่างที่สุดไม่ใช่เรื่องของกรีซ แต่เป็นเรื่องที่ว่าปัญหาอาจขยายวงกว้างมาถึงอิตาลีและสเปน"

            สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การตัดสินใจของเอสแอนด์พีจะมีผลกดดันต่อบรรดาประเทศในกลุ่มยูโร
โซนที่กำลัง เผชิญปัญหาหนี้สาธารณะ ทั้งยังมีผลทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงต่อไปอีกเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
นอกจากนี้วันจันทร์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นตลาดยุโรปก็ร่วงกราว โดยดัชนี FTSE 100 ปิดตลาดลดลงมากกว่า 100 จุด
สู่ระดับ 5259 จุด

อิตาลี: คนไข้ล่าสุดวิกฤติหนี้
ประธานาธิบดีซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี แห่งอิตาลี กำลังเจอศึกหนักทั้งในและนอกสภา

            ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลอิตาลีได้นำเสนอร่างงบประมาณฉบับรัดเข็มขัดมากยิ่งขึ้นต่อรัฐสภา โดยมี
เป้าหมายสร้างสมดุลทางการคลังให้ได้ภายในปี 2556 และลดหนี้สาธารณะซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 1.9 ล้านล้าน
ยูโรลงมา ร่างมาตรการรัดเข็มขัดมูลค่า 59,800 ล้านยูโร ซึ่งครอบคลุมทั้งการขึ้นภาษีและลดทอนงบใช้จ่ายภาครัฐ
นี้ไม่ได้สร้างความมั่น ใจมากนักว่าจะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจซบเซาของอิตาลีที่ฝังรากลึกมานาน

            เอสแอนด์พีเริ่มพิจารณาเกี่ยวกับการปรับลดอันดับของอิตาลีมาตั้งแต่เดือน พฤษภาคม แถลงการณ์ยังระบุด้วย
ว่า เมื่อพิจารณามาตรการของรัฐบาลอิตาลีที่นำมาใช้ตอบรับแรงกดดันจากตลาดก็ยิ่ง เห็นแนวโน้มที่ว่าในอนาคต
อาจเกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองว่าสุดท้ายแล้ว รัฐบาลอิตาลีจะตอบโจทย์ความท้าทายทางเศรษฐกิจด้วยวิธีการ
ใด  เอสแอนด์พีวิเคราะห์ว่า การประหยัดงบประมาณการใช้จ่ายอาจเป็นไปไม่ได้ เพราะรัฐบาลอิตาลีเน้นการเพิ่มราย
ได้เป็นหลัก แต่ปัจจุบันภาษีก็อยู่ในอัตราสูงอยู่แล้วและการขยายตัวทางเศรษฐกิจก็อ่อนตัว ลงเรื่อยๆ ขณะที่คาด
หมายว่าอัตราดอกเบี้ยจะขยับสูงขึ้น  ปัจจุบัน รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ซึ่งเป็นรัฐบาลผสมก็ยัง
คงมีความขัดแย้งภายในและมีความเห็นไม่ลงรอยในเรื่อง ของนโยบาย ตัวนายกรัฐมนตรีเองก็มีแต่ข่าวฉาวซึ่งรวมถึง
เรื่องการพัวพันหญิงขายบริการ ทางเพศ ข่าวฉาวดังกล่าวไม่เพียงกลบเรื่องอื่นที่รัฐบาลควรให้ความใส่ใจแต่ยังทำให้ ภาพลักษณ์ส่วนตัวของเขาย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ  แหล่งข่าวในอิตาลีเปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลอิตาลีกำลังเตรียมปรับลด
ความคาดหมายเกี่ยวกับตัวเลขการขยายตัว ทางเศรษฐกิจในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าในอัตรา 1.1 % เหลือเพียง 0.7 % และสำหรับปีหน้า (2555) คาดว่าจะอยู่ที่ 1 % หรือต่ำกว่านั้น

            อิตาลีเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสามในกลุ่มยูโรโซน  จากการที่ตัวเลขหนี้สาธารณะของ
อิตาลีเพิ่มมากขึ้นจนมีสัดส่วนเทียบเท่ากับ 120 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) แล้วในเวลานี้ทำให้
ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา อิตาลีกลายเป็นจุดศูนย์กลางการเฝ้ามองว่านี่คือผู้ป่วยรายใหม่ของวิกฤติหนี้ ของกลุ่มยูโร
โซน

            สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มความยากลำบากให้กับเงินยูโรและตลาดทุนในยุโรป  แม้ก่อนที่เอสแอนด์พีจะ
ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของอิตาลี ทั้งค่าเงินยูโรและดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในยุโรปหล่นวูบลง
มากในวันจันทร์ที่ ผ่านมา (19 ก.ย.) เนื่องจากความหวั่นวิตกว่ากรีซอาจมุ่งหน้าสู่ภาวะที่ต้องผิดนัดชำระหนี้และ รัฐบาลยุโรปอาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะที่นับวันก็ยิ่งมีข่าวเลว ร้ายมากขึ้น นายอิแวนเกลอส เวนิเซ
ลอส รัฐมนตรีคลังของกรีซกล่าวภายหลังการประชุมทางไกลกับกลุ่มผู้ให้เงินกู้ช่วย เหลือแก่กรีซว่า การเจรจาล่าสุด
แม้จะไม่ได้ข้อสรุป แต่ก็มีเนื้อหาสาระและมีความคืบหน้า เขายังคาดหวังผลสรุปในทางบวก ทั้งนี้สิ่งที่กรีซยังรอคอย
อยู่ก็คือ เงินช่วยเหลือก้อนที่ 6 มูลค่า 8,000 ล้านยูโร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวงเงินช่วยเหลือรวม 1.1 แสนล้านยูโรที่ได้
รับอนุมัติมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2553 แต่มีการแบ่งอนุมัติให้กรีซเป็นงวดๆ นอกจากนี้ยังมีเงินช่วยเหลืองวดที่สอง
มูลค่ากว่า 1 แสนล้านยูโรจากสหภาพยุโรป (อียู) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอ
เอ็มเอฟ) รัฐบาลกรีซยอมรับว่า หากไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเข้ามาทันท่วงที ก็จะไม่สามารถจ่ายเงินเดือนข้าราชการ
และเงินบำเหน็จบำนาญ เพิ่มแรงตึงเครียดให้กับเจ้าหนี้และผลักให้กรีซเข้าใกล้ภาวะผิดนัดชำระหนี้ มากขึ้น

            อย่างไรก็ตาม การจะได้มาซึ่งเงินช่วยเหลืองวดใหม่ กรีซต้องเพิ่มการใช้มาตรการรัดเข็มขัดอย่างเคร่งครัด
มากขึ้นซึ่งทำให้เกิด แรงต้านจากประชาชน เช่นมาตรการปลดข้าราชการ 7 แสนตำแหน่ง การปิดรัฐวิสาหกิจที่ไม่ทำ
กำไร การลดเงินเดือนข้าราชการ ลดเงินบำเหน็จบำนาญ และเพิ่มภาษีน้ำมันดีเซล เป็นต้น นักวิจารณ์การเมืองใน
กรีซให้ความเห็นว่า มาตรการที่จะนำมาใช้นับจากนี้คือสิ่งที่จะทำให้ประชาชนทั้งแค้นเคืองและสิ้น หวัง "เราเข้าใกล้
ภาวะที่จะต้องเกิดการปฏิวัติทางสังคมมากขึ้นทุกทีแล้ว"


ฐานเศรษฐกิจ 
ข่าวจาก
http://www.thanonline.com


หน้าแรกดาวน์โหลดผังเว็บไซต์บทความวิชาการเว็บน่าสนใจคำถามที่พบบ่อย
สหกรณ์ฯอิบนูอัฟฟาน จำกัด
Johor