ประกาศวันที่ 24 เม.ย. 2558 ผู้เข้าชม : 1740

บทความทั่วไป : การอบรมเลี้ยงดูบุตร

การอบรมเลี้ยงดูบุตร

การอบรมเลี้ยงดูบุตร

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิของอัลลอฮฺขอการเจริญพรและความสันติมีแด่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัมข้าขอปฏิญานว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺและมุฮัมหมัดนั้นเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์

ส่วนหนึ่งของอะมานะห์และความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่คือการอบรมเลี้ยงดูลูกๆ  อัลลอฮฺตรัสว่า

﴿يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ قُوٓاْ أَنفُسَكُمۡ وَأَهۡلِيكُمۡ نَارٗا وَقُودُهَا ٱلنَّاسُ وَٱلۡحِجَارَةُ عَلَيۡهَا مَلَٰٓئِكَةٌ غِلَاظٞ شِدَادٞ لَّا يَعۡصُونَ ٱللَّهَ مَآ أَمَرَهُمۡ وَيَفۡعَلُونَ مَا يُؤۡمَرُونَ ٦﴾ [التحريم: ٦]

ความว่า “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ยจงคุ้มครองตัวของพวกเจ้าและครอบครัวของพวกเจ้าให้พ้นจากไฟนรกเพราะเชื้อเพลิงของมันคือมนุษย์และก้อนหินมีมะลาอิกะฮฺผู้แข็งกร้าวหาญคอยเฝ้ารักษามันอยู่พวกเขาจะไม่ฝ่าฝืนอัลลอฮฺในสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชาแก่พวกเขาและพวกเขาจะปฏิบัติตามที่ถูกบัญชา” (อัต-ตะหฺรีม 6)

ท่านอะลีบินอะบีฏอลิบเราะฎิยัลลอฮุอันฮุได้กล่าวอธิบายอายะฮฺนี้ว่าจงฝึกมารยาทและสอนความรู้ให้แก่พวกเขา(ลูกๆ)

พ่อแม่นั้นจะต้องระลึกถึงสิ่งต่อไปนี้ในการอบรมเลี้ยงดูบุตร

 

ประการแรกการเลือกคู่ครองที่เป็นคนดีคนศอลิหะฮฺซึ่งถือเป็นก้าวแรกในการอบรมสั่งสอนลูกรายงานจากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺเราะฎิยัลลอฮุอันฮุว่าท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้กล่าวว่า

«تُنْكَحُ الْمَرْأةُ ِلأرْبَعٍ : لِمَالِهَا، وَلِحَسَبِهَا، وَجَمَالِهَا، وَلِدِيْنِهَا، فَاظْفَرْ بِذاتِ الدِّيْنِ تَرِبَتْ يَدَاكَ» [البخاري برقم 5090، ومسلم برقم 1466]

ความว่า““สตรีจะถูกเลือกสมรสด้วยสาเหตุ4 ประการคือด้วยทรัพย์สินของนางด้วยเชื้อสายวงศ์ตระกูลของนางด้วยความสวยงามของนางและด้วยศาสนาของนางดังนั้นจงรับเอาหญิงที่มีศาสนาเถิดมือทั้งสองของท่านจะประสบแต่ความดี”  (เศาะฮีหฺอัล-บุคอรีย์3/360  หมายเลข 5090, เศาะฮีหฺมุสลิม2/1086  หมายเลข 1466)

และรายงานจากท่านอับดุลลอฮฺบินอัมรฺ
เราะฎิยัลลอฮุอันฮุว่าท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้กล่าวว่า

«الدُّنْيَا مَتَاعٌ، وَخَيْرُ مَتَاعِ الدُّنْيَا الْمَرْأَةُ الصَّالِحَةُ» [مسلم برقم 1467]

ความว่า “โลกดุนยานี้คือสิ่งที่ทำให้มีความสุขสำราญและสิ่งที่ทำให้มีความสุขสำราญที่ดียิ่งที่สุดของโลกดุนยานั้นก็คือสตรีที่ดี” (เศาะฮีหฺมุสลิม2/1090  หมายเลข 1467)

ประการที่สองความบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮฺในการอบรมสั่งสอนลูกๆและหวังผลตอบแทนจากอัลลอฮฺในทุกสิ่งที่ได้ทุ่มเททั้งที่เป็นแรงกายและทรัพย์สินไม่ใช่ทำไปเพื่อการสรรเสริญหรือยกย่องชี้นิ้วให้อัลลอฮฺตรัสว่า

﴿ وَمَآ أُمِرُوٓاْ إِلَّا لِيَعۡبُدُواْ ٱللَّهَ مُخۡلِصِينَ لَهُ ٱلدِّينَ﴾ [البينة: ٥]

ความว่า “และพวกเขามิได้ถูกบัญชาให้กระทำอื่นใดนอกจากการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺเป็นผู้มีเจตนาบริสุทธิ์ในการภักดีต่อพระองค์” (อัล-บัยยินะฮฺ  5)

รายงานจากท่านอุมัรฺบินอัล-ค็อฏฏอบเราะฎิยัลลอฮุอันฮุว่าท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้กล่าวว่า

«إِنَّمَا الْأَعْمَالُ بِالنِّيَّاتِ» [البخاري برقم 1]

ความว่า “แท้จริงการงานต่างๆนั้นขึ้นอยู่กับเจตนา” (เศาะฮีหฺอัล-บุคอรีย์1/13  หมายเลข 1)

ดังนั้นการอบรมสั่งสอนถือเป็นอิบาดะฮฺที่ใหญ่ยิ่งเนื่องจากผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการอบรมสั่งสอนนั้นครอบคลุมทั้งประโยชน์แก่ส่วนตัวและส่วนรวมด้วยและเนื่องจากการอบรมสั่งสอนนั้นมีความยากลำบากและเหน็ดเหนื่อยอย่างมากอีกด้วย

ประการที่สามการสร้างความเคยชินและส่งเสริมด้วยวิธีที่ดีและอ่อนโยนในการทำอิบาดะฮฺให้กับลูกๆตั้งแต่ยังเล็กๆเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยรักและชอบในการทำอิบาดะฮฺ
อัลลอฮฺตรัสว่า

﴿وَأۡمُرۡ أَهۡلَكَ بِٱلصَّلَوٰةِ وَٱصۡطَبِرۡ عَلَيۡهَاۖ ﴾ [طه: ١٣٢]

ความว่า “และเจ้าจงสั่งใช้ครอบครัวของเจ้าให้ทำละหมาดและจงอดทนในการปฏิบัติละหมาด” (ฏอฮา132)

รายงานจากท่านอัมรฺบินชุอัยบ์รายงานจากพ่อของท่านรับจากปู่ของท่านเราะฎิยัลลอฮุอันฮุมว่าท่าน
นบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

«مُرُوا أَوْلَادَكُمْ بِالصَّلَاةِ وَهُمْ أَبْنَاءُ سَبْعِ سِنِينَ، وَاضْرِبُوهُمْ عَلَيْهَا وَهُمْ أَبْنَاءُ عَشْرٍ، وَفَرِّقُوا بَيْنَهُمْ فِي الْمَضَاجِعِ» [أبو داود برقم 495]

ความว่า “พวกท่านจงสั่งใช้ลูกๆให้ละหมาดเมื่อเขามีอายุเจ็ดขวบและจงเฆี่ยนตีให้พวกเขาละหมาดเมื่อมีอายุครบสิบขวบพร้อมๆกับแยกที่นอนระหว่างพวกเขา” (สุนันอบีดาวูด  1/133  หมายเลข 495)

และในอีกรายงานหนึ่งกล่าวว่า

وفي رواية : «عَلِّمُوا الصَّبِيَّ الصَّلَاةَ ابْنَ سَبْعِ سِنِينَ، وَاضْرِبُوهُ عَلَيْهَا ابْنَ عَشْرٍ»

ความว่า “พวกท่านจงสอนเด็กให้ละหมาดเมื่อเขามีอายุเจ็ดขวบและจงเฆี่ยนตีเขาหากไม่ละหมาดเมื่อเขามีอายุครบสิบขวบ”

ท่านชัยคุลอิสลามอิบนุตัยมียะฮฺเราะหิมะฮุลลอฮฺกล่าวว่าผู้ใดที่มีเด็กเล็กลูกทาสหรือลูกกำพร้าอยู่กับเขาแล้วเขาไม่สั่งใช้ให้ละหมาดเขาจะถูกลงโทษหากเขาไม่สั่งใช้เด็กๆเหล่านั้นและเขาจะต้องถูกลงโทษตามกฎหมายด้วยโทษที่หนักเพราะฝ่าผืนคำสั่งของอัลลอฮฺและเราะซูลของพระองค์(จากแผ่นพับเรื่องการอบรมลูกของเชคอับดุลมะลิกอัล-กอซิม)

ท่านอิบนุอัลก็อยยิมเราะหิมะฮุลลอฮฺได้กล่าวว่า “ใครที่ละเลยในการให้ความรู้ที่มีประโยชน์กับลูกๆของเขาและปล่อยปละละเลยพวกเขาอย่างไร้สาระแท้จริงเขาได้ทำร้ายพวกเขาอย่างร้ายแรงลูกๆส่วนใหญ่เสียหายเพราะสาเหตุมาจากพ่อที่ละเลยไม่สั่งสอนสิ่งที่เป็นวาญิบและสุนัตต่างๆในศาสนาเขาละเลยพวกเขาตั้งแต่เล็กๆ  พวกเขาจึงไม่สามารถให้ประโยชน์แก่ตัวเองและพ่อของพวกเขาได้เมื่อเขาเติบโตขึ้นมา” (ตุหฺฟะตุลเมาดูดฟีอะห์กามอัล-เมาลูดหน้าที่80)

ประการที่สี่ให้พวกเขา(ลูกๆ)ออกห่างจากสิ่งที่ต้องห้ามและชั่วร้ายต่างๆเตือนถึงอันตรายของมันและปลูกฝังในใจให้เกลียดชังความชั่วที่จะนำมาซึ่งความหายนะทั้งแก่ชีวิตในโลกนี้และในวันอาคีเราะฮฺพ่อแม่บางคนอาจไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งนี้เพราะถือว่าพวกเขายังเด็กยังไม่มีภาระเรื่องบาปบุญซึ่งมันขัดแย้งกับสิ่งที่ท่านศาสนทูตผู้ตักเตือนผู้อบรมสั่งสอนได้เคยทำไว้ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม

รายงานจากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺเราะฎิยัลลอฮุอันฮุว่าท่านหะสันบินอาลี(หลานของท่านนบี) เราะฎิยัลลอฮุอันฮุได้หยิบผลอินทผลัมลูกหนึ่งที่มาจากการบริจาคทานเอามาใส่ในปากท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้กล่าวว่า‏«كِخْ، كِخْ»(กิคกิค) เพื่อให้หะสันคายออกมาแล้วท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมก็กล่าวว่า

«أَمَا شَعَرْتَ أَنَّا لَا نَأْكُلُ الصَّدَقَةَ» [البخاري برقم 1491]

ความว่า “เจ้าไม่รู้ดอกหรือว่าพวกเรา(นบีและวงค์วานของท่าน)นั้นห้ามรับประทานสิ่งที่เป็นทานบริจาค”  (เศาะฮีหฺอัล-บุคอรีย์1/462  หมายเลข 1491)

ประการที่ห้าการทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งในการอบรมสั่งสอนเป็นที่รู้กันว่าลูกนั้นมีความประทับใจในตัวพ่อแม่และชอบที่จะทำตามพ่อแม่จึงจำเป็นที่พ่อแม่และผู้เลี้ยงดูต้องไม่ปฏิบัติในสิ่งที่ขัดแย้งกับสิ่งที่พูดอัลลอฮฺตรัสว่า

﴿يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ لِمَ تَقُولُونَ مَا لَا تَفۡعَلُونَ ٢﴾ [الصف: ٢]

ความว่า “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ยทำไมพวกเจ้าจึงพูดในสิ่งที่พวกเจ้าไม่ปฏิบัติ” (อัศ-ศ็อฟ2)

และพระองค์ตรัสเกี่ยวกับท่านนบีชุอัยบ์ว่า

﴿وَمَآ أُرِيدُ أَنۡ أُخَالِفَكُمۡ إِلَىٰ مَآ أَنۡهَىٰكُمۡ عَنۡهُۚ إِنۡ أُرِيدُ إِلَّا ٱلۡإِصۡلَٰحَ مَا ٱسۡتَطَعۡتُۚ﴾ [هود: ٨٨]

ความว่า “และฉันมิปรารถนาที่จะขัดแย้งกับพวกท่านในสิ่งที่ฉันได้ห้ามพวกท่านให้ละเว้นฉันมิปรารถนาสิ่งใดนอกจากการปฏิรูปให้ดีขึ้นเท่าที่ฉันสามารถ” (ฮูด88)

นักกวีได้กล่าวว่า

لَا تَنْهَ عَنْ خُلُقٍ وَتَأْتِيَ مِثْلَهُ      عَارٌ عَلَيْكَ إِذَا فَعَلْتَ عَظِيْمٌ

ความว่า  ท่านจงอย่าห้ามปรามสิ่งใดแล้วท่านกลับทำในสิ่งนั้น
ถือเป็นสิ่งที่น่าอับอายยิ่งหากท่านทำในสิ่งที่ตัวท่านได้ห้ามปรามผู้อื่นไว้

 

ประการที่หก  พยายามให้พวกเขาห่างไกลจากเพื่อนที่ไม่ดีและให้คำแนะนำให้พวกเขาเลือกคบกับคนที่ดีที่ศอลิหฺรายงานจากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺเราะฎิยัลลอฮุอันฮุว่าท่าน
นบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้กล่าวว่า

«الرَّجُلُ على دِينِ خَلِيْلِهِ، فَلْيَنْظُرْ أَحَدُكُم مَنْ يُخَالِلْ» [أبو داود برقم 4833]

ความว่า “บุคคลคนหนึ่งๆนั้นจะขึ้นอยู่กับศาสนาของเพื่อนรักของเขาดังนั้นเขาจงเลือกให้ดีว่าใครคือคนที่เขาจะเอามาเป็นเพื่อนรักด้วย” (สุนันอบีดาวูด 4/259 หมายเลข4833)

พ่อแม่บางคน (ขออัลลอฮฺทรงชี้นำเราและพวกเขา) ไม่รู้ว่าลูกของเขาหายไปไหนเป็นเพื่อนกับใครใช้เวลาไปกับการทำอะไรบ้างและพ่อบางคนก็มอบภาระนี้ให้กับแม่คนเดียวและเป็นที่รู้กันว่าแม่นั้นไม่สามารถติดตามลูกในทุกสถานการณ์และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือการปล่อยให้คนขับรถหรือคนรับใช้ดูแลอบรมลูกแทน(อัลลอฮฺเท่านั้นคือผู้ที่เราร้องขอความเมตตา)

 

ประการที่เจ็ดส่งลูกๆให้อยู่กับกลุ่มท่องจำอัลกุรอานที่มีอยู่ในมัสยิดหรือที่ต่างๆ  รายงานจากท่านอุษมานบิน
อัฟฟานเราะฎิยัลลอฮุอันฮุว่าท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้กล่าวว่า

«خَيْرُكُمْ مَنْ تَعَلَّمَ الْقُرْآنَ وَعَلَّمَهُ» [البخاري برقم 5027]

ความว่า “ผู้ที่ดีที่สุดในหมู่พวกท่านคือผู้เรียนอัลกุรอานและสอนอัลกุรอาน” (เศาะฮีหฺอัล-บุคอรีย์3/346 หมายเลข 5027)

ประการที่แปดปกป้องลูกๆจากสื่อที่ไม่ดีต่างๆเพราะหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ลูกๆนั้นไขว้เขวออกนอกลู่นอกทางและปฏิบัติความชั่วหลงไปในทางที่ชั่วช้าต่ำต่อยก็คือสื่อที่เขาดูทางช่องต่างๆผ่านดาวเทียมทั้งที่เป็นหนังที่โป๊เปลือยและชั่วช้าต่างๆเช่นเดียวกับหนังการ์ตูนต่างๆที่แฝงไว้ด้วยสิ่งที่ขัดกับหลักศาสนาหลักอากีดะฮฺหลักจริยธรรมที่ดีโดยคนส่วนใหญ่มักละเลยไม่ให้ความสำคัญถึงความชั่วใหญ่หลวงที่แฝงอยู่  รายงานจากท่านมะอฺกิลบินยะสารฺเราะฎิยัลลอฮุอันฮุว่าท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้กล่าวว่า

«مَا مِنْ عَبْدٍ يَسْتَرْعِيهِ اللَّهُ رَعِيَّةً، يَمُوتُ يَوْمَ يَمُوتُ وَهُوَ غَاشٌّ لِرَعِيَّتِهِ؛ إِلاَّ حَرَّمَ اللَّهُ عَلَيْهِ الْجَنَّةَ » [البخاري برقم 7150، ومسلم برقم 142]

ความว่า “ไม่มีบ่าวคนใดที่อัลลอฮฺได้มอบความรับผิดชอบให้ดูแลผู้ที่อยู่ภายใต้การดูแลใดๆแล้วบ่าวผู้นั้นเสียชีวิตลงในขณะที่เขาได้ฉ้อฉลต่อผู้ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเขานอกจากอัลลอฮฺจะห้ามเขาจากการเข้าสวรรค์”  (เศาะฮีหฺอัล-บุคอรีย์4/331 หมายเลข7150 เศาะฮีหฺมุสลิม1/125  หมายเลข142)

และส่วนหนึ่งของการฉ้อฉลก็คือการนำสื่อหรืออุปกรณ์ที่ทำลายศาสนาของพวกเขาเข้ามาในบ้าน

ประการที่เก้าอบรมสั่งสอนในเรื่องอิสลามและการศรัทธาปลูกฝังการให้ความยิ่งใหญ่แก่อัลลอฮฺรักพระองค์รักท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมบอกถึงความสำคัญของท่านนบีและการปฏิบัติตามท่านสั่งสอนจริยธรรมและมารยาทที่ดีงาม  เช่นมารยาทในการแต่งกายมารยาทในมัสยิดมารยาทในการกินและการดื่มบทดุอาอ์เช้าเย็นการให้ความเคารพต่อผู้ใหญ่มารยาทกับเพื่อนๆสร้างความคุ้นเคยกับคำพูดที่ดีห่างไกลจากคำพูดที่ไม่ดีไม่สุภาพสอนให้รักษาความสะอาดทั้งร่างกายและเสื้อผ้ารวมถึงมารยาทที่ดีงามอื่นๆทั้งหมด

 

ประการที่สิบฝึกพวกเขาให้นอนเร็วไม่นอนดึกและตื่นเช้าตั้งแต่หัวรุ่งใช้เวลากับสิ่งที่มีประโยชน์  อนุญาตให้พวกเขาเล่นการละเล่นที่ไม่ต้องห้ามในศาสนาในบางเวลาเพื่อไม่ให้พวกเขารู้สึกเบื่อหน่าย

 

ประการที่สิบเอ็ดให้คุณพ่อนั้นมีความอ่อนโยนในการปฏิสัมพันธ์กับพวกเขารายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺเราะฎิยัลลอฮุอันฮาว่าท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้กล่าวว่า

«إِنَّ الرِّفْقَ لاَ يَكُونُ فِي شَيء إِلَّا زَانَهُ وَلاَ يُنْزَعُ مِنْ شَىْءٍ إِلَّا شَانَهُ» [مسلم برقم 2594]

ความว่า “ความอ่อนโยนนั้นจะไม่ถูกใส่ไว้ในสิ่งใดนอกจากจะทำให้สิ่งนั้นสวยงามและจะไม่ถูกถอดถอนออกจากสิ่งใดนอกจากจะทำให้สิ่งนั้นน่ารังเกียจ” (เศาะฮีหฺมุสลิม4/2004 หมายเลข 2594)

พ่อแม่ต้องมีความยุติธรรมกับลูกๆทุกคนในทุกๆสิ่งในการพูดการให้สลามการให้ค่าเลี้ยงดูการให้ของขวัญและสิ่งอื่นๆที่พวกเขามีความต้องการทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดความอิจฉาริษยาระหว่างพวกเขา  รายงานจากท่านอัน-นุมานบินบะชีรฺเราะฎิยัลลอฮุอันฮุว่าท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้กล่าวว่า

«اتَّقُوْا اللهَ وَاعْدِلُوْا بَيْنَ أَوْلَادِكُمْ» [مسلم برقم 1623]

ความว่า “พวกท่านจงยำเกรงอัลลอฮฺและจงให้ความยุติธรรมระหว่างลูกๆของพวกท่าน” (ส่วนหนึ่งจากหะดีษในเศาะฮีหฺมุสลิม3/1243 หมายเลข1623)

         

ประการที่สิบสองพ่อจะต้องรู้ว่าการให้ได้รับทางนำนั้นอยู่ในพระหัตถ์ของอัลลอฮฺพระองค์ทรงให้แก่ผู้ที่ทรงประสงค์ด้วยความกรุณาของพระองค์พระองค์ทรงให้หลงทางผู้ที่พระองค์ประสงค์ด้วยความยุติธรรมของพระองค์พ่อนั้นมีหน้าที่เพียงการชี้นำแนวทางและชี้แจงเท่านั้นดังที่อัลลอฮฺตรัสว่า

﴿إِنَّكَ لَا تَهۡدِي مَنۡ أَحۡبَبۡتَ وَلَٰكِنَّ ٱللَّهَ يَهۡدِي مَن يَشَآءُۚ وَهُوَ أَعۡلَمُ بِٱلۡمُهۡتَدِينَ ٥٦﴾ [القصص: ٥٦]

ความว่า“แท้จริงเจ้าไม่สามารถที่จะชี้แนะทางที่ถูกต้องแก่ผู้ที่เจ้ารักได้แต่อัลลอฮฺทรงชี้แนะทางที่ถูกต้องแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์และพระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง”(อัล-เกาะศ็อศ56)

 

พ่อแม่จึงต้องขอดุอาอ์ให้กับลูกๆให้เป็นคนดีและได้รับทางนำดังที่อัลลอฮฺตรัสว่า

﴿وَٱلَّذِينَ يَقُولُونَ رَبَّنَا هَبۡ لَنَا مِنۡ أَزۡوَٰجِنَا وَذُرِّيَّٰتِنَا قُرَّةَ أَعۡيُنٖ وَٱجۡعَلۡنَا لِلۡمُتَّقِينَ إِمَامًا ٧٤﴾ [الفرقان: ٧٣]

ความว่า“และบรรดาผู้ที่กล่าวว่าข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของเราขอพระองค์โปรดประทานแก่เราซึ่งคู่ครองของเราและลูกหลานของเราให้เป็นที่รื่นรมย์แก่สายตาของเราและทรงทำให้เราเป็นแบบอย่างแก่บรรดาผู้ยำเกรง”(อัล-ฟุรกอน74)

และจงระวังจากการขอดุอาอ์ที่ไม่ดีให้แก่พวกเขา(แม้ด้วยการพลั้งเผลอก็ตาม)รายงานจากท่านญาบิรฺบิน
อับดิลลาฮฺเราะฎิยัลลอฮุอันฮุว่าท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้กล่าวว่า

«لَا تَدْعُوا عَلَى أَنْفُسِكُمْ، وَلَا تَدْعُوا عَلَى أَوْلَادِكُمْ، وَلَا تَدْعُوا عَلَى أَمْوَالِكُمْ، لَا تُوَافِقُوا مِنْ اللَّهِ سَاعَةً يُسْأَلُ فِيهَا عَطَاءٌ فَيَسْتَجِيبَ لَكُمْ» [مسلم برقم 3009]

ความว่า“พวกท่านจงอย่าขอดุอาอ์ที่ไม่ดีแก่ตัวพวกท่านแก่ลูกๆของพวกท่านทรัพย์สินของพวกท่านอย่าให้ดุอาอ์นั้นตรงพอดีกับช่วงเวลาที่อัลลอฮฺตอบรับดุอาอ์ใดๆที่ถูกขอแล้ว
อัลลอฮฺก็จะตอบรับดุอาอ์ของพวกท่าน (แล้วสิ่งไม่ดีที่ท่านขอก็จะประสพแก่พวกท่าน)” (เศาะฮีหฺมุสลิม4/2302  หมายเลข 3009)

 

والحمد لله رب العالمين

وصلّى الله وسلم على نبيّنا محمد وعلى آله وصحبه أجمعين.

 

 


Comment Facebook

ออกแบบและพัฒนาโดย